การบรรยายพิเศษในหัวข้อ "นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต" (FUTURE FOOD INNOVATION)
- PMU-B Cluster
- 17 ธ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 22 ธ.ค. 2568
ในวันที่19 มิถุนายน 2568 BMB Thailand ได้มีการจัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อ " นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต (FUTURE FOOD INNOVATION) " ภายใต้แนวคิดเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นผู้ประกอบการ (Science Entrepreneurship and Science for Society)
การบรรยายครั้งสำคัญนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิของวงการวิทยาศาสตร์ชีวเคมีและชีววิทยาโมเลกุล ได้แก่ :
ศ.ดร.ศักดา ดาดวง (มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
ศ.ดร.ศุภอรรถ ศิริกันทรมาศ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
รศ.ดร.พรทิพย์ ไววุฒิ (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี)
ดำเนินรายการโดย
ดร.สถิตย์ มาลาวงษ์ (สถาบันฟีโนมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
ในการให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องเทคโนโลยีรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เน้นใช้องค์ความรู้เชิงลึกทางชีวเคมีที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

ในช่วงต้นของการบรรยาย ศ.ดร.ศักดา ดาดวง จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กล่าวถึงการพัฒนาอาหารแห่งอนาคตมุ่งเปลี่ยนบทบาทจาก “อาหารเพื่อความอิ่ม” สู่ “อาหารเพื่อการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ” โดยใช้องค์ความรู้เชิงลึกด้านชีวเคมี ชีววิทยาโมเลกุล และเมตาโบโลมิกส์ เพื่ออธิบายกลไกระดับยีนและสารชีวโมเลกุลที่มีผลต่อสุขภาพของมนุษย์
ทีมวิจัยนำความหลากหลายของพืชและสมุนไพรไทยมาต่อยอด ผ่านกระบวนการวิจัยครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกสารสำคัญ การทดสอบในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี In silico และ AI เพื่อคัดกรองโมเลกุลเป้าหมาย ช่วยเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแม่นยำ ปลอดภัย และลดระยะเวลาในการวิจัย
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ :
เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก ชากระเจี๊ยบ ที่มีงานวิจัยรองรับด้านประสิทธิผลและความปลอดภัย พร้อมต่อยอดสู่การขึ้นทะเบียนเชิงพาณิชย์ สะท้อนแนวทางการสร้าง Functional Food และ Nutraceuticals ที่มีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์รองรับแนวทางดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของ นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ที่ผสานทรัพยากรชีวภาพของไทยกับเทคโนโลยีชีวเคมีสมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับสุขภาพของสังคมอย่างยั่งยืน

ถัดมา ศ.ดร.ศุภอรรถ ศิริกันทรมาศ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงทีมนักวิจัยได้พัฒนานวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากงานวิจัยพื้นฐานด้านชีวเคมีของพืชและผลไม้หลากหลายชนิด ผ่านการศึกษาสารสำคัญ โครงสร้างทางชีวโมเลกุล และกระบวนการสกัดที่เหมาะสม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยมีการจัดตั้งบริษัทภายใต้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการสู่ตลาด
งานวิจัยมุ่งทำความเข้าใจกลไกการสุก สี และองค์ประกอบทางชีวเคมีของผลไม้ รวมถึงสารออกฤทธิ์ในพืชสมุนไพร เช่น ไฟโตเอสโตรเจนจากเครือขาว ตลอดจนการพัฒนากระบวนการแปรรูปที่คงคุณค่าทางสุขภาพและลดปริมาณน้ำตาล เพื่อให้ได้วัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพในอนาคต
ตัวอย่างแนวทางผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาและต่อยอด
สารไดเปปไทด์จากทุเรียน : ศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสุขภาพสมอง พร้อมต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ผลไม้หวานลดน้ำตาล : (ทุเรียน มะม่วง สับปะรด ลำไย): ใช้เทคโนโลยีแปรรูปเพื่อลดน้ำตาล แต่คงสารออกฤทธิ์ เพื่อพัฒนาเป็นอาหารสุขภาพและผลไม้แห้งทางเลือก
สารสกัดสมุนไพร : คัดเลือกสารสำคัญจากพืชไทยเพื่อใช้เป็น Functional ingredients ในอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ
น้ำตาลทางเลือกจากธรรมชาติ : เช่น น้ำตาลสด น้ำตาลมะพร้าว และน้ำตาลอ้อย ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาให้เหมาะกับผู้รักสุขภาพ
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชน รับซื้อผลผลิตล้นตลาดจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม เพื่อนำมาแปรรูปและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ
แนวทางทั้งหมดสะท้อนบทบาทของงานวิจัยชีวเคมีเชิงลึกในการเป็นรากฐานสำคัญของ นวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งอนาคต ที่ผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้าด้วยกัน

และท่านสุดท้าย รศ.ดร.พรทิพย์ ไววุฒิ จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้กล่าวถึงกลุ่มวิจัยสมุนไพรเพื่อป้องกันและรักษาโรคเรื้อรัง ดำเนินงานภายใต้การบูรณาการองค์ความรู้ด้านชีวเคมี ชีววิทยาโมเลกุล การแพทย์ โภชนาการ และเภสัชศาสตร์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมจากพืชสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติ มุ่งสู่การป้องกันและรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุข ได้แก่ โรคเบาหวาน อัลไซเมอร์ และมะเร็ง โดยมีเป้าหมายต่อยอดสู่การจัดตั้งเป็นศูนย์วิจัยในอนาคตอันใกล้
การวิจัยครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่วัตถุดิบจากเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ การศึกษากลไกระดับเซลล์และโมเลกุลด้วยระบบ cell culture ไปจนถึงการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากโจทย์วิจัยจริงและเห็นแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ตัวอย่างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย
เบาหวาน: สารสกัดจาก ใบส่องฟ้า และ ใบ–ผลมะเดื่อฝรั่ง ที่มีศักยภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผ่านกลไกการเพิ่มการทำงานของอินซูลินและการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์
อัลไซเมอร์: มะเขือเทศผงชงดื่ม และ โปรตีนจากจิ้งหรีด ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการตายของเซลล์ประสาท และยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับพยาธิกำเนิดของโรค
มะเร็ง: ผักชีผงชงดื่ม แบรนด์ “Polica” ที่มีสารสำคัญ เช่น quercetin และ gallic acid สามารถกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็ง ผ่านกระบวนการผลิตแบบ spray drying เพื่อคงคุณภาพสารออกฤทธิ์และยืดอายุการเก็บรักษา
ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมุ่งตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ในรูปแบบ อาหารสุขภาพพร้อมชง พกพาง่าย ใช้สารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ และผ่านกระบวนการแปรรูปที่คงคุณค่าทางชีวภาพสูง

การบรรยายพิเศษในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพขององค์ความรู้ด้านชีวเคมีและชีววิทยาโมเลกุลของนักวิจัยไทยในการต่อยอดสู่ นวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งอนาคต ที่สามารถสร้างคุณค่าทั้งเชิงวิชาการ เศรษฐกิจ และสังคม ตอกย้ำบทบาทของ BMB Thailand ในการเป็นเวทีเชื่อมโยงนักวิทยาศาสตร์ นักศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด Science Entrepreneurship and Science for Society ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และนำวิทยาศาสตร์ไทยก้าวสู่การสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สุขภาพและความยั่งยืนของประเทศในอนาคต


#BMB #BMBThailand #นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต #FUTUREFOODINNOVATION #SPECIALSERIES



ความคิดเห็น